ลักษณะต่างๆ ของเฟอร์นิเจอร์และวิธีการดูแล
เฟอร์นิเจอร์ที่บิลท์อินนั้น
ในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมทำกันสักเท่าไหร่
สาเหตุเนื่องมาจากว่าราคาในการบิลท์อินค่อนข้างที่จะสูงมาก
เมื่อเทียบกับราคาของงานเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปโดยทั่วไป
และบางครั้งเจ้าของงานอาจจะได้งานไม่ถูกใจเท่าที่ควร เรื่องการที่จะต้องสั่งแก้ไข
อาจจะต้องมีการรื้อทิ้งทำใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าเป็นงานสำเร็จรูปสามารถทำการแก้ไข
หรือเปลี่ยนแปลงแบบตามที่ต้องการได้ง่ายกว่า การซ่อมสีเฟอร์นิเจอร์เก่าของเรา
ให้ดูสวย สดใส ดูใหม่อยู่เสมอครับ โดยในขั้นตอนแรกต้องขัดสีเก่าออกด้วยกระดาษทรายหยาบเบอร์
4
หรือ ผ้าทรายหยาบ ให้สีเก่าออกหมดตามซอกมุมต่างๆ
ให้ใช้กระดาษทรายทับเพื่อสอดเข้ามุม แล้วปัดฝุ่นผง ขัดให้สะอาด
แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ
ปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ค่อนข้างมีราคาถูกไม่สูงเหมือนในอดีต
เนื่องจากว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์นั้นมีต้นทุนต่ำว่าเดิม
สังเกตได้จากร้านเฟอร์นิเจอร์ตามห้างสรรพสินค้า หรือตามร้านเฟอร์นิเจอร์โดยทั่วไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเฟอร์นิเจอร์ยังคงขึ้นอยู่กับต้นทุนของวัตถุดิบที่นำมาผลิตว่าเป็นแบบใด
โดยทั่วไปถ้าเป็นงานไม้จริงแบบประณีต หรือไม้ที่เทียบเท่าไม้จริงแบบประณีตนั้นราคาก็จะค่อนข้างที่จะสูงตามไปด้วย
ส่วนในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ที่บิลท์อินนั้น
ในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมทำกันสักเท่าไหร่
สาเหตุเนื่องมาจากว่าราคาในการบิลท์อินค่อนข้างที่จะสูงมาก
เมื่อเทียบกับราคาของงานเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปโดยทั่วไป และบางครั้งเจ้าของงานอาจจะได้งานไม่ถูกใจเท่าที่ควร
เรื่องการที่จะต้องสั่งแก้ไข อาจจะต้องมีการรื้อทิ้งทำใหม่ทั้งหมด
แต่ถ้าเป็นงานสำเร็จรูปสามารถทำการแก้ไข
หรือเปลี่ยนแปลงแบบตามที่ต้องการได้ง่ายกว่า
ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องอาศัยจำนวนในการทำ
เฟอร์นิเจอร์ที่มีแบบที่เรียบง่าย
ไม่มีมุมโค้ง ลวดลายมากนัก จะช่วยให้การทำความสะอาด ปัดฝุ่น
เช็ดถูง่ายกว่าเฟอร์นิเจอร์ประเภทหลุยส์ , แกะสลักที่มีฝุ่นเข้าไปเกาะตามซอกมุมทำความสะอาดยากมาก
วิธีการดูแลรักษาผ้าบุโซฟาหรือเบาะเก้าอี้ทานข้าว
ควรใช้สเปรย์ที่ฉีดแล้วสามารถเป็นฟิล์มเคลือบผิวของผ้าบุให้ปราศจากคราบสกปรกที่จะฝังลงในเนื้อเส้นใยของผ้าได้
วิธีการคือการฉีดสเปรย์นั้นให้ทั่วพื้นผิวของผ้าบุทิ้งให้แห้งจะเป็นฟิล์มเกาะผิวของผ้าบุไว้
แต่ในการใช้ผ้าบุก็ควรที่จะทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
วันนี้เรามีเคล็ดลับในการทำให้ เฟอร์นิเจอร์หนังที่บ้านของคุณดูใหม่ และสะอาด
สวยงามอยู่เสมอ
ซึ่งวิธีการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังนั้นมีอยู่
2
วิธีด้วยกัน ดังนี้ วิธีที่ 1 คือ
แบบทำความสะอาดคราบสกปรกให้หมดไป ทำได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นพอหมาด ๆ มาเช็ด ๆ ถู
ๆ คราบสกปรก ระยะเวลาในการทำคือ 6 เดือน/ครั้ง วิธีที่ 2
คือ การเคลือบเงาให้เฟอร์นิเจอร์ดูใหม่และเงางามอยู่เสมอ ทำได้โดยการเช็ดน้ำมันเคลือบเงา
ถ้าเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องแอร์ ก็ไม่ต้องเช็ดบ่อย
ถ้าเฟอร์นิเจอร์ถูกแดดและฝุ่นอยู่บ่อย ๆ ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ
เพราะฝุ่นและเหงื่อเป็นศัตรูหลักในการดูแลรักษา
ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปฏิบัติตามกันดูนะครับ รับรองว่าเฟอร์นิเจอร์หนังของคุณจะกลับมาเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ
และในส่วนต่อมาก็คือการซ่อมสีเฟอร์นิเจอร์เก่าของเรา
ให้ดูสวย สดใส ดูใหม่อยู่เสมอครับ
โดยในขั้นตอนแรกต้องขัดสีเก่าออกด้วยกระดาษทรายหยาบเบอร์ 4 หรือ
ผ้าทรายหยาบ ให้สีเก่าออกหมดตามซอกมุมต่างๆ ให้ใช้กระดาษทรายทับเพื่อสอดเข้ามุม
แล้วปัดฝุ่นผง ขัดให้สะอาด ต่อมาก็ขัดเรียบอีกครั้งด้วยกระดาษทรายเบอร์ 2 เพื่อให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เรียบเนียน และทำความสะอาดอีกครั้ง
แล้วก็จัดการทาชแลคสำเร็จรูปรองพื้นก่อน
1
เที่ยว เพื่อป้องกัน
สีหรือยางไม้ออกมาแล้วค่อยทาสีตามต้องการโดยทาสีแต่ละเที่ยวทิ้งระยะห่างประมาณ 1
ชั่วโมง สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่โชว์ลายให้ทาสีแลกเกอร์
ผสมทินเนอร์ในอัตราส่วน 1:1 เช่นกัน
และในส่วนที่ไม่ใช่พื้นเรียบที่ไม่สามารถทาด้วยแปรงได้สะดวกนั้นเช่น ขาเก้าอี้
ตามซี่ของพนักพิง ให้ใช้ถุงมือสำหรับทาสีชุบสี บีบสีให้หมาดๆ แล้วกำส่วนที่ต้องการทาสีหลวมๆรูดไปมาจนทั่ว
ดพียงเท่านี้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นของเรา ก็จะดูสวยงาม สดใส
และใหม่อยู่เสมอแล้วละครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ยละครับ
สำหรับการจัดการซ่อมสีเฟอร์นิเจอร์เก่าของเรา นอกจากจะทำได้เองง่ายๆ แล้ว
ยังคงคุณภาพเฟอร์นิเจอร์ของเรา ให้อยู่ทนนาน ใช้การได้คงทน ถาวร
คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ




